บริการดูแลรถยนต์

การบำรุงรักษา และดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่คนใช้รถยนต์หลายคนอาจมองข้ามไป ไม่ว่าจะเป็น การเช็คสภาพรถยนต์ การเปลี่ยนถ่ายน้ํามันเครื่องรถยนต์ การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ น้ำยาหม้อน้ำ ฯลฯ การเปลี่ยนถ่ายของเหลว รถของคุณต้องการการบำรุงรักษษ และต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายของเหลวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รถของคุณมีสภาพพร้อมใช้งาน

โดยพฤติกรรมการใช้รถยนต์จะใช้งานกันยาว ๆ อย่างน้อยก็ 5 ปีขึ้น หรือไม่ก็ไปซื้อรถยนต์มือ 2 มาใช้งานกัน แน่นอน .. รถยนต์จะประกอบด้วยชิ้นส่วนที่หลากหลาย บางชิ้นส่วนที่มีการเสียดสีก็ต้องมีน้ำมันหล่อลื่นช่วย และน้ำมันหล่อลื่น และของเหลวในรถยนต์นี่แหละไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำยาในหม้อน้ำ เป็นต้น มันจะมีระยะเวลาในการเปลี่ยนของมัน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า น้ำมันหล่อลื่น หรือของเหลวพวกนี้จะต้องเปลี่ยนกันตอนไหนบ้าง เอกการยางสามารถช่วยคุณได้

รู้ก่อนพัง !! 5 ของเหลวในรถยนต์ ควรเปลี่ยนตอนไหน

น้ำมันเครื่อง
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะว่าเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ให้ทำงานได้ดี เราจึงควรใส่ใจกับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพื่อให้ช่วยยืดอายุการใช้งานของรถ ปกตินิยมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อรถวิ่งถึงระยะ 8,000 – 10,000 ก.ม. หรือทุก ๆ 6 เดือน

น้ำมันเกียร์
เกียร์ คือชิ้นส่วนรถยนต์ที่สำคัญมาก ควรบำรุงรักษาให้ดี การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะกำหนดทำให้เกียร์ของรถยนต์มีอายุยืนยาวขึ้น เพราะ น้ำมันกียร์มีหน้าที่ ช่วยลดแรงเสียดทาน ลดการสึกหรอของเกียร์ ช่วยลดเสียงดัง และการสั่นสะเทือนในเรือนเกียร์ ช่วยป้องกันสนิมการกัดกร่อนจากชิ้นส่วนภายในเกียร์

น้ำยาหล่อเย็น
น้ำยาหล่อเย็น ส่วนประกอบหลักจะมี น้ำ, สารหล่อเย็น , หัวเชื้อป้องกันสนิม และสีต่าง ๆ ฯลฯ น้ำยาหล่อเย็น ไม่ได้มีหน้าที่ระบายความร้อน แต่จะช่วยทำให้จุดเดือดของน้ำที่ผสมน้ำยาหล่อเย็นสูงขึ้น ทำให้น้ำที่อยู่ในหม้อน้ำเดือดช้าลง แถมยังป้องกันการเกิดสนิม ตะกรัน ตะกอน เพราะเมื่อมีสนิมมันก็จะผุ กร่อน มีตะกอน

น้ำมันเบรก
น้ำมันเบรกมีหน้าที่ในการเป็นตัวกลางส่งแรงดันจากแม่ปั๊มเบรกตัวบนไปยังลูกสูบเบรก น้ำมันเบรกที่ดีจะต้องมีจุดเดือดสูง เพื่อไม่ให้น้ำมันเบรกร้อนเร็วเกินไปจนกลายเป็นไอไม่สามารถถ่ายเทแรงดันได้ตามปกติ ถ้าไม่มีน้ำมันเบรกหล่อลื่นก็จะทำให้เกิดการสึกหรอและทำให้เบรกแตกได้

น้ำมันพาวเวอร์
ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ทุก 80,000 กิโลเมตร หรือตามระยะที่กำหนดในคู่มือเจ้าของรถ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ความร้อนจากเครื่องยนต์ และสภาพโดยรอบจะทำให้ความสามารถในการทำงานของน้ำมันลดลง และทำให้ชิ้นส่วนภายในระบบพวงมาลัยเพาเวอร์สึกหรอ และสึกกร่อน ที่สำคัญ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการเปลี่ยนปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์หรือชุดเฟืองขับ และเฟืองสะพาน

เอกการยาง ใส่ใจกว่าที่เห็น เพราะรถทุกคันสำคัญสำหรับเรา   ** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแวะไปได้ที่เอกการยางทุกสาขา

My Image